สวัสดี บล็อคของฉัน ... ไม่ได้อัพตั้งนานเลยนะ แถมยังไม่ได้เปลี่ยนธีมใด ๆ เลยด้วย ( ขออภัยน้าพี่ฟี ) มีหลากหลายเรื่องราวที่อยากจะถ่ายทอดผ่านบล็อคนี้ ... บล็อคของฉัน ...
...
รู้สึกว่า ... ชีวิตคนเราเนี่ย มันผ่านไปเร็วมากเลย ฉันรู้สึกเหมือนกับฉันเพิ่งเข้า ม.1 เมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ตอนนี้ อีกไม่ถึงเดือน ฉันก็ต้องเข้าสู่รั้วมหาลัยแล้ว เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ชีวิตใหม่ และเพื่อนใหม่
...
ช่วง ม.ปลาย ... มันผ่านไปเร็วจนน่ากลัว เพื่อน ๆ ของฉันตอน ม.ปลาย สำคัญกับฉันทุกคน บางคนอาจจะไม่พอใจฉัน บางคนจะเกลียดฉัน แต่ก็นั่นแหละ บนโลกนี้ไม่มีใครหรอก ที่ไม่มีคนเกลียด ต่อให้เป็นคนดีแค่ไหน ก็ต้องมีกันทุกคน ในบางครั้ง ... เราทำสิ่งหนึ่งที่ทำ 'คนหนึ่ง' พอใจ แต่ก็เป็นการทำให้ 'อีกคนหนึ่ง' ไม่พอใจ
...
ลาก่อนนะ เพื่อน ๆ ม.ปลาย 6/3 ฉันจะคิดถึงทุกคน และเชื่อว่า มิตรภาพของเรา จะคงอยู่ ... ตราบนานเท่านาน ถึงบางคน ฉันจะยอมรับการกระทำของคุณไม่ได้ แต่คุณก็ยังเป็นเพื่อนฉัน และนั่น ... ทำให้ฉันได้แต่ขอให้คุณเลิกพฤติกรรมเหล่านั้น เวรกรรมมันมีจริงเสมอนะ
...
ชีวิตฉันเคยผ่านช่วงที่ยากลำบากมา มากจนกระทั่งคุณอาจจะคิดไม่ถึง หากใครคิดว่าฉันเป็นคนธรรมดาที่เกิดมาท่ามกลางความอบอุ่น และไม่เคยเผชิญกับความยากลำบากล่ะก็ คุณอาจจะต้องคิดใหม่ ฉันเจอเรื่องราวที่เลวร้ายมามากกว่าที่คุณคิดว่าฉันจะเจอ
...
ฉันไม่ใช่คนดีมากนัก ฉันรู้ตัว ฉันเป็นคนจำพวกที่ว่า ... หากฉันมีศัตรูสักคน ฉันยินดีที่จะรับรู้ความหายนะของมัน และจะปิติเหลือเกินที่ได้ทำลายมันให้สิ้น แต่ฉันในวันนี้ ... อาจจะไม่ใช่แบบนั้น เพราะฉันมีคนที่ฉันสามารถปรึกษาได้ และฉันก็ได้เรียนรู้ชีวิตจากหลาย ๆ สิ่ง
...
คุณรู้ไหม? ... ความกตัญญูที่ประเสริฐที่สุดนั้นคืออะไร ? ... คุณอาจจะคิดว่า ต่อพ่อแม่ ? พ่อครูบาอาจารย์ ? ... แตกต่างกันตามที่แต่ละคนจะคิดไป ส่วนฉันน่ะหรือ ? ฉันคิดว่าความกตัญญูที่ประเสริฐที่สุด คือ ... 'ความกตัญญูต่อศัตรู' ...
...
คุณอาจจะคิดนะ ว่าทำไมต้องกตัญญูต่อศัตรูด้วย ? ... ใช่ ตอนแรกฉันก็คิดแบบนั้น ฉันคิดว่ามันไร้สาระสิ้นดี ที่ต้องมาสำนึกในบุญคุณของคนที่เป็นศัตรูของคุณ แต่รู้ไหม ? ... ว่าการที่เรายิ่งผ่านอะไรมามาก โดยเฉพาะจากศัตรูของเรานั้น มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้น
...
เราได้รู้จักสันดานมนุษย์ ได้รู้ว่าที่จริง ... คน ๆ นั้นนิสัยเป็นยังไงกันแน่ ? ... ฉันเคยโดนใส่ร้าย ว่าฉันนั้นเป็นคนที่ 'เจ้าชู้ เจ้าเล่ห์ แกล้งเซ่อ วางแผนเก่ง' จนตอนนั้นมีคนเกลียดฉันไม่น้อยเลยล่ะ ฉันไม่ได้ตอบโต้ใด ๆ ทั้งสิ้น ฉันใช้ชีวิตของฉันตามปกติ และไม่สนว่าคนอื่นจะว่ายังไง ไม่คิดจะแก้ตัว เพราะว่าฉันไม่ใช่คนแบบนั้น
...
แล้วรู้ไหม ? ที่เคยมีคนบอกว่า ... 'กาลเวลา' พิสูจน์คนน่ะ มันจริงนะ ! สุดท้ายแล้ว ทุกคนก็ดีกับฉัน เพราะว่าพวกเขาได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน แต่ว่า ... 'เจ้านั่น' ที่ใส่ร้ายฉัน กลับต้องจมอยู่ในความทุกข์ และความอาฆาตแค้นที่มีต่อตัวฉัน ไม่มีทางจบสิ้น และพบกับวังวนตามแบบเดิม ฉันรู้เรื่องราวของเจ้านั่นจากหลายคน และรู้ว่า สุดท้ายแล้ว เจ้านั่นก็ไม่คิดจะปรับปรุงตัวเอง และก็วนเวียนอยู่ในความทุกข์ไม่มีที่สิ้นสุด
...
ฉันคุยกับอาจารย์สอนคอม ฯ ซึ่งท่านเป็นคนที่น่าศรัทธามากคนหนึ่ง และฉันเล่าเรื่องของคน ๆ นี้ให้ฟัง และท่านบอกว่า 'คนแบบนี้นั้น น่าสงสารมาก เพราะเขาคงมีปมด้อยหรือปัญหาครอบครัว จึงต้องทำตัวแบบนั้น' ฉันฟังแล้วฉันก็เข้าใจ แต่สุดท้ายแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเอง ว่าจะคิดกันได้แค่ไหน ? ... ฉันอาจจะเป็นเหมือนเจ้านั่นก็ได้ ถ้าฉันยังคิดไม่ได้
...
จนวันนี้ ฉันยังโกรธแค้นมันไหม ? ... ฉันกล้าตอบว่า 'ไม่' ... แต่ถ้าถามว่า ฉันยังยินดีที่จะเห็นมันพินาศไหม ? ฉันก็กล้าตอบอีกว่า 'ใช่' ... มันเป็นสันดานไม่ดีที่ฉันพยายามจะแก้ ในตอนนี้ เจ้านั่น ... ก็คงจะจมอยู่ในความทุกข์ที่ต้นเหตุเกิดจากตัวมันเองต่อไป ฉันก็ขอให้มันคิดได้สักวันละกัน จะได้หลุดพ้นจากความทุกข์นี้ซะที ถ้าไม่เช่นนั้น เจ้านั้นก็คงจะอยู่ในสังคมไม่ได้ และคงจะสร้างปัญหาอย่างแน่นอน
...
วันนี้ เป็นวันที่ครอบครัวควรจะอยู่ด้วยกัน วันนี้ฉันก็อยู่กับครอบครัว เมื่อตอนเย็นวันนี้ ฉันออกไปวิ่ง ออกไปวิ่งเป็นปกติ ตามปกติแล้วฉันจะวิ่งวันละ 4 - 5 รอบ แล้วแต่ร่างกายจะไหว ( รอบหนึ่งประมาณ 1.5 กิโลเมตร ) ตลอดเวลาที่ฉันวิ่งทุกวัน ฉันจะเห็นนกกระยาง ( หรือกระสา ? ) สองตัวบินเคียงคู่กันผ่านบ่อน้ำตรงกลางตลอด แสงอาทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้ากระทบกับเม็ดเหงื่อตามร่างกายของฉันจนเป็นประกาย เหมือนกับที่ปรากฎบนผืนน้ำซึ่งไหวน้อย ๆ ตามแรงลม
...
พอฉันกลับมาถึงบ้าง ฉันก็เล่นน้ำกับน้อง ๆ เพราะฉันคิดว่า ต่อไป ... ฉันคงจะไม่ได้เจอพวกเขาบ่อยมากนัก เลยอยากจะเป็นพี่ที่ดีสักหน่อย ถึงบางครั้งจะรำคาญพวกมันนิดหน่อย แต่สุดท้ายแล้ว ก็เป็นน้องของเรานี่นะ พอเสร็จแล้ว ฉันก็กลับเข้าบ้าน ทานอาหาร และอาบน้ำ
...
สองสามวันนี้ ฉันเป็นอะไรไม่รู้ ฉันคิดถึงคน ๆ นึงมาก จนกระทั่งฝันเห็นเธอในฝันมาสองวันแล้ว เธอก็ไม่ได้ไปไหนหรอกนะ แต่ว่าตอนนี้เธออยู่ไกลจากฉันมาก และอีกสองวันคงจะกลับมาแล้วล่ะ ฉันเหมือนคนบ้านิด ๆ เพราะกลางดึก ( ประมาณ 3 - 4 ทุ่ม ) ฉันจะเดินออกไป มองท้องฟ้า และหมู่ดาว ... ถึงบางครั้งจะมีเมฆมากก็ตามแต่ แต่ฉันก็แอบคิดว่า เธอคงจะมองดาวดวงเดียวกับฉันอยู่ หรืออย่างน้อย ... เราสองคนก็มองฟ้าผืนเดียวกันนี่นะ
...
คิดถึงมากนะ คิดถึงมาก ... อยากให้เธอกลับมาเหลือเกิน แต่ก็นะ ... คงไม่ได้ แต่ว่านะ รู้อะไรไหม ? พอฉันคิดอะไรบางอย่างแล้ว มันก็ทำให้ฉันยิ้มออก จำได้ไหม ... ฉันนึกถึงคำที่เธอเคยบอกว่า 'เธออยู่กับฉันเสมอ' และฉันก็เชื่อแบบนั้น แม้ว่าร่างกายจะไกลห่าง หากแต่หัวใจของเราสองคน ใกล้กันเพียงนิดเดียว
...
ต่อไป ฉันกับเธอ จะได้อยู่ใกล้กันแล้วนะ อีกไม่ถึงเดือน เราจะได้เจอหน้ากันทุกวัน และนั่น คงมีความสุขน่าดู ฉันรักเธอนะ ... รู้ไหม ฉันรักเธอ ฉันคงใช้คำว่า 'รักที่สุด' ไม่ได้ เพราะว่าความรักของฉันนั้นมันงอกงามขึ้นทุกวัน และดูท่าว่าจะไม่มีทางลดลงด้วยเลยน่ะสิ
อย่าไล่ให้ฉันไปหาคนอื่น อย่าบอกว่ามีคนอื่นที่ดีกว่าเธอ อย่าบอกว่ามีคนอื่นที่เหมาะสมกับฉันมากกว่าเธอ ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจหรอก หัวใจฉันยึดมั่นเพียงเธอเท่านั้น อย่าคิดว่าเธอฉุดให้ฉันช้าลง เธอรู้ไหม? สำหรับฉัน เธอนั่นแหละ 'ดีที่สุดแล้วล่ะ !'
...
ฉันคงต้องปั่นนิยายอีกแล้ว เพราะตอนนี้ฉันก็มีงาน ฉันต้องปั่นต้นฉบับนิยายเล่มสอง ส่งก่อนยี่สิบเมษา ฯ นี้ ไม่งั้นฉันได้โดน บก. บีบคอตายแน่เลย ^[]^ ! ฮะ ฮะ ... สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันสงกรานต์นะ !


